2007/May/13

"ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือ ทำอะไร แค่เห็นแม่มีความสุข...นั่นก็คือความสุขของตุ้ยแล้วครับ"อีกความรู้สึกที่เป็นสุข ของ ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา หรือตุ้ย AF3 ที่มีโอกาสมานั่งเล่าถึงเรื่องราวเมื่อครั้งได้รับรางวัลพิเศษ ในสัปดาห์ "วันแม่" เมื่อปีที่ผ่านมาและได้พาคุณแม่ไปเที่ยวกับที่ประเทศ ฮ่องกง ถึง 3 วัน 2 คืน

 "ครั้งแรกที่รู้ตัวว่าจะต้องออกจากบ้าน บนเวทีต้อนนั้น ตอนแรกยอมรับ และเข้าใจว่าตุ้ยต้องได้ออกจากบ้านจริงๆ แว่บแรกก็แอบรู้สึกดีใจเหมือนกันครับว่าได้กลับบ้านแล้ว เพราะคิดถึงบ้านมาก และก็เบื่อๆ ด้วย เพราะเพื่อนๆ ในบ้านน้อยลง แต่ก็แอบคิดเสียดายว่าผ่านมาตั้ง 6-7 สัปดาห์แล้ว แต่เราไปไม่ถึงตรงนั้น..."

"พอรู้อีกทีว่าได้ไปฮ่องกง ก็งงมากเลยครับ วินาทีนั้นดีใจมากๆ เหมือนอยู่ในความฝัน กระโดดตัวลอยเลย และอีกอย่างได้พาแม่ไปเที่ยวด้วย ถือว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ได้พาแม่ไปเที่ยว ซึ่งและครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวต่างประเทศกัน ดีใจมากเลยครับที่ทำให้แม่มีความสุข"

Tips : จัดกระเป๋าเดินทาง ด้วยสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนของฮ่องกง คุณจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวไปตลอดปี เสื้อผ้าฝ้ายสวมใส่สบายเหมาะสมกับการเที่ยวที่สุด ยกเว้นช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เมื่อปรอทอาจลดระดับลงถึง 10 องศาเซลเซียส (50 ฟาเรนไฮท์) ส่วนในช่วงฤดูร้อน ควรติดเสื้อสเวตเตอร์บางไปด้วย เนื่องจากตามภัตตาคารและโรงภาพยนตร์มักจะปรับเครื่องอากาศไว้เย็นจัด ฝนอาจตกในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน) ดังนั้น จึงควรพกเสื้อกันฝนไปด้วยในช่วงนี้

ผลจากการได้รางวัล Popular Vote ในครั้งนั้น เหมือนเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับตุ้ย ให้ได้เรียนรู้มากขึ้น...."ก็จะไปกันหลายที่เลยครับ มีไปดูงานที่สถานีโทรทัศน์ TVB ได้ไปฝึกทักษะการร้อง และการแสดง กับ RON หรือ อู๋จัวซี นักแสดงชื่อดังของฮ่องกง ตุ้ยต้องไปต้องไปฝึกซ้อมกับเขา ได้เห็นการทำงาน สตูดิโอสถานที่ถ่ายทำจริง ที่เขาใช้ถ่ายหนังกำลังภายใน ทำให้เราได้เปิดหูเปิดตา เรียนรู้อะไรใหม่ๆได้มากขึ้นเยอะเลยครับ"

"การได้ไปไหว้พระ ที่ PoLin Monastery พระใหญ่ แห่ง วัดโป๋วหลิน เกาะลันเตา ก็รู้สึกประทับใจมากเลยครับ เพราะที่นี่ถือเป็นสถานที่สำคัญ และมีชื่อเสียงของ ฮ่องกงครับ จุดเด่นก็คือ พระพุทธรูปที่ทำด้วยบรอนซ์องค์ใหญ่มากๆ บนยอดเขาที่สูงในอันดับต้นๆ ของฮ่องกงเชียวนะครับ เมื่อเข้ามาถึงในพื้นที่ plaza กลาง จะสามารถเดินไปสู่สองสถานที่สำคัญ คือ วัดโป๋วหลิน และ พระใหญ่ ซึ่งอาจจะไปไหว้พระที่วัดก่อนแล้วเดินกลับมาขึ้นบันได ขอบอกว่าสูงมาก ครับ" (หัวเราะ...)

 Tips : การเดินทาง
1. เรือ ที่ท่า Ferry หลังอาคาร IFC two (ที่อยู่ติดกับ Airport Express, Central) Pier ที่ 6 ( Muiwo-Lantau) ซื้อตั๋วที่ท่าเรือแล้วรอเวลาเรืออกตามที่ประกาศเป็นรอบๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก็จะถึงเกาะลันเตา ต่อรถประจำทาง สาย 2 ใช้เวลาประมาณ ครึ่ง ชม. ก็จะถึงวัดโป๋วหลิน (รถจะเดินทางจะขึ้นวนรอบเขา อาจทำให้เมารถได้)
2. รถไฟฟ้า ลงสถานี TungChung แล้วขึ้นรถประจำทาง สาย 23 ประมาณ ครึ่ง ชม. ก็จะถึงวัดโป๋วหลิน (วิธีนี้ก็สะดวกสำหรับการข้ามเกาะ สำหรับคนไม่ชอบนั่งเรือ แต่ค่าเดินทางจะค่อนข้างแพงกว่าการเดินทางโดยเรือ)
3. ปัจจุบันมีการก่อสร้างกระเช้าลอยฟ้า เพื่อสะดวกสำหรับการขึ้นไปสู่ วัดโป๋วหลินแล้ว

สถานที่สุดท้ายที่ หนุ่มตุ้ยควงแขนคุณแม่ สวมวิญญาณความเป็นเด็กอีกครั้ง ก็คือ ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง นั่นเอง..."การได้เดินเที่ยวที่นี่ เหมือนทำให้เรากลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งเลยครับ (หัวเราะ...) ที่ ดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกง จะแบ่งเป็น 4 โซนกว้างๆ ก็มี แอดเวนเจอร์แลนด์, แฟนตาเซียแลนด์ ทูมอร์โรว์แลนด์ และเมนสตรีท ไม่รวมโรงแรม และรีสอร์ทของดิสนีย์ นะครับ ซึ่งเดินวันเดียวก็รอบแล้ว ที่ตื่นตาตื่นใจก็คงเป็น การแสดงแสง สี เสียง เฟสติวัล ออฟ เดอะ ไลอ้อน คิง ที่จำลองภาพยนตร์การ์ตูนมา ซึ่งสนุกมากๆ ครับ"

Tips : ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงตั้งอยู่บนเกาะลันเตา ห่างจากสนามบินฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต ประมาณ 15 นาที (1 สถานี) ลงสถานีซันนี่ เบย์ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าของดิสนีย์มารอรับผู้โดยสารไปส่งถึงหน้าสวนสนุก *อัตราค่าผ่านประตู วันธรรมดา ผู้ใหญ่ 295 ดอลลาร์ฮ่องกง เด็ก (3-11 ขวบ) 210 ดอลลาร์ฮ่องกง / วันหยุด ผู้ใหญ่ 350 ดอลลาร์ฮ่องกง เด็ก 250 ดอลลาร์ฮ่องกง

แม้จะชวนหนุ่มตุ้ย คุยถึงที่ไหน สนุกยังไง เขาก็ยังไม่ลืมที่จะฝากทิ้งท้ายถึงความสุขที่หาได้ไกล้ๆ ตัวไว้ว่า..."จริงๆ แล้ว การได้ไปเที่ยวมันก็สนุกอยู่แล้วครับ แต่ถ้ายิ่งได้ไปเที่ยวกับคนที่เรารัก ได้เห็นเขามีความสุข ไม่ว่าจะไปที่ไหน ต่างประเทศ หรือว่าเมืองไทย เอาง่ายๆ แค่อยู่กับบ้านได้อยู่กับครอบครัว แค่นี้...ก็มีความสุขมากแล้วครับ"

2007/May/10

หลังจากรู้จักกับเพื่อนๆ ผู้สมัครเอเอฟจากการออดิชั่นไปแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ 2 หนุ่มผู้เข้ารอบ 50 คนจากคลิปวีดีโอกันบ้างดีกว่า เพราะ 2 คนนี้ทั้งน่ารักและมีความสามารถเหลือล้นจริงๆ ค่ะ


พิทและวิท 2หนุ่มเสียงดีเจ้าของคลิปวีดิโอจากการสมัคร ทรูอะคาเดมีแฟนเทเชียปีที่4 แบบออนไลน์ ออดิชัน ซึ่งวันนี้ทั้งสองมาให้เราสัมภาษณ์กันถึงที่ทรูไลฟ์เลยค่ะ


สวัสดีครับ ผมพิท-พิทยา ว่องวันดีครับ ตอนนี้เรียนจบ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒน์ประสานมิตรแล้วครับ อุปนิสัยของผมส่วนตัวจะเป็นคนร่าเริง ขี้เล่นครับ และอีกหนึ่งหนุ่มของเรา วิท-วิทยาว่องวันดีครับ เป็นแฝดพี่ของพิทครับ จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยครับ โดยทั่วไปแล้วผมจะเปนคนขรึมกว่าพิทครับ คือพิทจะขี้เล่นมากแต่ผมจะออกเงียบๆ หน่อย

2หนุ่มนี้นอกจะชอบอะไรที่คล้ายๆ กัน แล้วยังเคยมีประสบการณ์แปลกๆ มาเล่าให้เราฟังด้วยค่ะ ครั้งหนึ่งเราเคยจีบผู้หญิงคนเดียวกันครับ ปกติผมกับพิทจะมีเสปคไม่ค่อยเหมือนกัน แต่ครั้งนั้นบังเอิญครับ วิทเล่าให้ฟังด้วยเสียงขำขัน ครับ แล้วพิทก็มาจับได้ตอนที่ผู้หญิงโทรมาหาวิทแล้วพิทรับสายพอดี แต่ก็ยอมครับเพราะเป็นพี่น้องกันยอมให้กันได้ครับแหม...น่าประทับใจในความรักของพี่น้องคู่นี้จังค่ะ แต่ถ้าพูดถึงความประทับใจระหว่างพี่น้องแล้วทั้งสองคนก็มีให้กันอย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว พิทเล่าให้เราฟังว่าวิทเป็นพี่ชายที่คอยดูแลปกป้องน้องอยู่ตลอดเวลา ส่วนนายวิทก็ประทับใจน้องชายสุดแสบที่มาช่วยร้องเพลงให้ในการประกวดร้องเพลงที่มหาวิทยาลัย และการร้องเพลงในครั้งนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 2 ได้ร้องเพลงด้วยกันเลยค่ะ


นอกจากการร้องเพลงที่เป็นเรื่องถนัดของทั้งคู่แล้ว พวกเขายังสามารถเล่นดนตรีได้ดีอีกด้วย โดยเครื่องมือหากินก็คือกลองชุดค่ะ เริ่มจากพิทที่ชอบเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังจากที่ในวงขาดนักร้องนำไป พิทก็เขยิบตัวเองมาเป็นนักร้องนำ จากนั้นจึงได้วิทมานั่งในตำแหน่งมือกลองของวงแทน ก็นับว่าเป็นอีกคู่หนึ่งที่มีความสามารถในด้านดนตรีตัวจริงเลย


ก่อนจากกันไป พิทและวิทก็ได้ฝากบทเพลงเพราะเอาไว้ให้เราฟังกันด้วยค่ะ ใครที่อยากรู้ว่า 2 หนุ่มคู่นี้ พิทและวิทร้องเพลงอะไรให้เราฟังก็ต้องลองเข้าไปดูในมินิโฮมของทั้งคู่ค่ะ

อยากไปบ้าน 2 หนุ่มขี้เล่นคลิกที่นี่เลย

2007/May/09

ในสภาวะสังคมที่เร่งรีบอย่างปัจจุบันนี้ หลายๆ คนคงไม่ได้ให้ความสนใจกับการจัดการตกแต่งห้องให้น่าอยู่มากมายนัก เพราะอิทธิพลจากความเร่งรีบทำให้เราหันมาทำอะไรที่ง่ายๆ และสะดวกมากขึ้น

Attachment

แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวร้านขนมเล็กๆ ของครูกานต์ จั่นทองที่นอกจากจะเป็นคุณครูสอนร้องเพลงประจำบ้าน AF แล้วก็ยังมีเวลาว่างมาตกแต่งร้านขนมที่รับรองว่า เพื่อนๆ ที่มานั่งจะต้องรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจไปกับบรรยากาศน่ารักๆ สไตล์ นิวอิงแลนด์ ค่ะ

Attachment

ร้าน E.B.O. ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย 21 คือความจริงแล้วไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟอะไร ส่วนใหญ่จะเป็นที่นั่งคอยของผู้แกครองซะมากกว่า เพราะวันเสาร์อาทิตย์และตอนเย็นๆ วันธรรมดาก็จะมีผู้ปกครองมานั่งรอเด็กๆ กันที่นี่ เสียงของครูกานต์ เล่าให้เราฟังอย่างเป็นกันเองถึงที่มาของร้านอาหารเล็กๆ น่ารักของเขาแล้วก็เล่าเลยไปถึงการเลือกแต่งร้านให้ฟังเพิ่มเติม เวลาไปจะแต่งก็จะดูว่าตอนนี้มีอะไรที่เป็นของแต่งบ้านใหม่ๆ บ้าง ส่วนใหญ่ก็ไปเดินดูตามห้างสรรพสินค้า อย่างที่ทำร้านนี้ ตอนนั้นเทรนด์ไม้กำลังออกมาแล้วเรารู้สึกว่า เออ...มันก็สวยดีนะ ก็เอามาผสมผสานกันไป และประกอบกับที่ร้านมีโครงสร้างเป็นไม้อยู่แล้วด้วย ไม่อยากปิดฝ้า อยากโชว์โครงสร้างไม้เหมือนบ้านสมัยก่อนมากกว่าก็เลยเลือกทำให้ออกมาเป็นไม้ ก็เลยทำให้ออกมาเป็นแบบนี้

Attachment

การแต่งร้านส่วนใหญ่ครูจะเป็นผู้ที่ออกไอเดียเอง โดยที่มีคอนเซปต์ที่ว่าอยากให้ร้านดูสบายๆ และเย็นตา การเลือกสไตล์จึงออกมาในแนวของร้านในประเทศอังกฤษในยุคเก่าๆ สักหน่อย "ที่ชอบแบบสไตล์นิวอิงแลนด์ ก็เพราะว่าชอบโต๊ะกับเก้าอี้ที่คนอังกฤษใช้ทาน ชา กาแฟ ตอนบ่ายๆ ให้ความรู้สึกสบายๆ ด้วย เลยพยายามทำให้ที่ร้านมีความรู้สึกเป็นแบบนั้นด้วย ก็เลยได้แรงบันดาลใจที่ทำให้ร้านออกมาเป็นลักษณะนี้ ก็เป็นเพราะความจริงถูกใจโต๊ะกับเก้าอี้ชุดนี้มาก่อนแล้ว ก็เลยซื้อไว้ใช้ที่บ้าน แล้วพอปรับปรุงที่ร้านก็เลยไปสั่งเซทโต๊ะกับเก้าอี้เพิ่มขึ้น จากนั้นพอจัดอะไรๆ ไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าห้องมันแคบ แล้วก็อึดอัด ก็เลยเจาะหน้าต่างหลอกๆ ขึ้นมาให้รู้สึกว่าหายใจหายคอสะดวกหน่อย แล้วก็เลยทำลุกเล่นด้วยการใส่กระจกเงาเข้าไปด้านในเพิ่มมิติให้ร้านดูกว้างขึ้น และซ่อมไฟไว้เหนือบานหน้าต่างเพิ่มความสวยงามในตอนกลางคืนครับ

Attachment

กว่าจะมาลงตัวเป็นสไตล์นี้ได้ก็ใช้เวลานานอยู่เอาการ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่บ่อยครั้ง เปิดมา 7 ปีแล้วครับ เมื่อก่อนร้านเป็นแบบโมเดิร์นเลย พื้นเป็นหินอ่อนลายตารางหมากรุกสีขาว-ดำ ผนังก็ติดแค่วอลเปเปอร์ ไม่ได้แต่งให้เป็นไม้อย่างนี้ครับ ส่วนสไตล์นี้เพิ่งเปลี่ยนมาได้ปีนึงครับ ผมเป็นพวกชอบเปลี่ยน ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลย ถ้าเบื่อก็จะเปลี่ยนอีก เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับจนกว่าจะลงตัว

Attachment

ไอเดียต่อไปที่คุณครูกานต์จะทำให้ออกมาก็เป็นเรื่องของความสะดวกสบายที่น่าจะมาคู่กับความสวยงามถึงแม้ว่าบรรดาผู้ปกครองที่มานั่งรอบุตรหลานจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าร้านนี้มีบรรยากาศที่น่านั่งอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พอเค้าเห็นกันก็จะบอกว่าเออดี ชอบแบบนี้นะ ดูสบายตาดี แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดจะเปลี่ยนบางอย่างครับ อย่างเก้าอี้ก็อยากจะเปลี่ยนให้เป็นที่นั่งสบายๆกว่านี้ครับ เพราะว่าตอนนี้มันสวยก็จริงแต่ยังนั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ มันนั่งแล้วเมื่อย คือผมว่ามันสวยแล้วต้องสบายด้วย
ส่วนใครที่เห็นร้านของครูกานต์แล้วสนใจอยากแต่งบ้านให้เป็นสไตล์ นิวอิงแลนด์บ้าง ครูกานต์ก็แนะนำว่าให้ลองไปเดินดูแถวๆ จตุจักรค่ะ เพราะที่นั่นมีร้านเฟอนิเจอร์สไตล์ต่างๆ ให้เลือกมิกซ์แอนด์แมชท์กันมากมายตามความชอบเลยค่ะ แล้วถ้ายังไม่พอใจก็สามารถสั่งทำได้ตามความต้องการเลยค่ะ

Attachmentภาพ truelife ข่าว NuDoDo, มุมุ