2007/Jun/29

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
"บอย-อรรถพล ณ บางช้าง"

"โอม-ชาตรี คงสุวรรณ"

"นักล่าฝัน "เอเอฟ4" ทั้ง 20 คน"

กลุ่มแฟนคลับ "เอเอฟ4"

"ผู้บริหารเอเอฟ" ปฏิเสธหาเงินเพิ่มกรณีส่ง 20 นักล่าฝันเข้าบ้าน ให้เหตุผลเพราะทุกคนดีหมดไม่รู้จะคัดใครออกโยนให้คนทางบ้านตัดสินเอาเอง แจงอย่างไรก็ต้องคัดเหลือ 12 ส่วนอีก 8 ที่ตกรอบจะไม่ได้อะไรเลย คุยรุ่น 4 กระแสแรงแต่ไม่อยากให้มีแฟนคลับเยอะเพราะกลัวเด็กความคิดเปลี่ยน

เข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้วสำหรับเหล่านักล่าฝันในรายการ "อะคาเดมี แฟนเทเซีย" ปี 4 ในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งค่อนข้างจะพิเศษกว่าปีก่อนๆ เพราะมีจำนวนมากถึง 20 คนเลยทีเดียว โดยในส่วนของรองประธานเจ้าหน้าที่สายรายการ บมจ.ทรูวิชั่นส์ "บอย อรรถพล ณ บางช้าง" ก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเหตุผลที่ทำให้มีนักล่าฝันมีจำนวนมากขึ้นถึง 8 คนว่า...

"สำหรับเหตุผลที่เราเลือกเอานักล่าฝันทั้ง 20 คนเข้าบ้านนั้นก็เพราะว่า มันเริ่มมาจากตอนที่เราคัดเลือกเด็กในรอบ 100 คนจนมาเหลือ 20 คนแล้ว ตอนนั้นเราเฝ้าดูพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนมาตลอด และก็เห็นว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน เราก็เลยเห็นว่าอยากให้เขาทุกคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันและได้โชว์ความสามารถให้คนอื่นได้เห็นด้วย"

ผู้บริหารของรายการฯ เผยต่อไปว่า อย่างไรเสียจาก 20 คนที่เข้าไปอยู่ในบ้านสุดท้ายจะต้องถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 12 คนเท่ากับปีก่อนๆ โดยจะให้คอนเสิร์ตในสัปดาห์หน้าเป็นคอนเสิร์ตรอบคัดเลือกและคัดผู้แข่งขันออกในครั้งเดียวถึง 8 คน..."ส่วนอีกประเด็นก็คือเราคิดว่าเราไม่ควรที่จะเป็นคนเลือกนักล่าฝันแล้วปีนี้ เพราะเราเลือกเองมา 3 ปีแล้ว เราเลยอยากให้คนดูร่วมกันโหวตมากกว่าว่าใครสมควรที่จะเป็น 12 นักล่าฝัน"

"เพราะฉะนั้นในคอนเสิร์ตวีคหน้านั้นเรายังจะไม่มีการแข่งขันทีนะ เราจะใช้ชื่อคอนเสิร์ตว่าเป็นรอบคัดเลือกแทน เพราะตอนนี้เรามีนักล่าฝันอยู่ 20 คน แต่เราจะต้องการแค่ 12 คนเท่านั้นที่จะเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน คือตอนนี้การแข่งขันถือว่ายังไม่ได้เริ่มขึ้นทีจนกว่าเราจะได้นักล่าฝันที่เหลือเพียง 12 คนเท่านั้น"

คุยทั้ง 20 คนมีดีที่แตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันก็คือคุณสมบัติที่จะเป็นนักล่าฝัน ทว่ากติกาก็ต้องเป็นกติกา เผย 8 คนที่ตกรอบไปจะไม่ได้อะไรเลยขณะที่อีก 12 คนที่เหลืออยู่จะมีรางวัลให้ทั้งหมด
"วีคหน้าเราจะคัดออก 8 คนเลย เพราะกติกามันต้องมันกติกา แต่อย่างที่บอก ที่เราต้องเอาเข้ามาก่อน 20 คนนั้นเพราะเนื่องจากคุณภาพของเด็กปีนี้ต้องยอมรับนะว่ามีคนที่เสียงดีหลายคน และอีกอย่างเราก็อยากทำรายการให้มันเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเราทำกันแค่ปีละครั้ง เราก็เลยอยากให้มันเป็นเหมือนสิ่งที่พิเศษสำหรับแฟนคลับเอเอฟบ้าง แต่รับรองว่าความสนุกนั้นจะต้องมีความแปลกใหม่และพิเศษกว่าทุกปีแน่นอน"

"นักล่าฝันนั้นจะมีแค่เพียง 12 คนเท่านั้น ส่วนอีก 8 คนที่เหลือนั้นจะไม่ได้อะไรเลย คนทั้ง 8 คนนี้จะหายไปเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สนใจอะไรเขานะ คือทุกคนนี้เราก็ต้องรอดูเขาไปก่อนนะว่าเขาจะมีศักยภาพพอหรือเปล่าที่เราจะดึงเขาเหล่านั้นเข้ามาร่วมงานด้วย แต่มันก็ไม่แน่เสมอไปนะว่าคนชนะจะต้องดัง เพราะเราก็เห็นแล้วนะว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่ามมาคนที่แพ้จะดังกว่าก็มี เพราะคนคนนั้นเขาจะมีคาแร็กเตอร์ที่คนส่วนใหญ่ชอบ"

โดยรวมผู้บริหารของทรูฯ เชื่อว่าคอนเสิร์ตในสัปดาห์แรกจะต้องออกมาประทับใจอย่างแน่นอนเพราะได้มือดีอย่าง "โอม ชาตรี คงสุวรรณ" มาช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับทั้ง 20 คนด้วยว่าจะทำออกมาแล้วเป็นเช่นไร?
"เราจะมีการนำเพลงทั้ง 20 เพลงมาทำใหม่ให้มันดูกระชับขึ้น ให้มันพอดีกับเวลา แถมปีนี้เรายังได้ โอม ชาตรี คงสุวรรณ มาทำเพลง ตอนนี้เราก็มีการเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วและคิดว่ามันน่าจะสนุกนะ แต่ทั้งหมดแล้วมันก็จะต้องอยู่ที่ตัวของนักล่าฝันทั้ง 20 คนเองว่าจะทำออกมาได้ดีสักแค่ไหน"

"เพราะแต่ละคนจะได้รับโจทย์เพลงเพียงแค่คนละ 7 วันเท่านั้น ดังนั้นแต่ละคนก็จะต้องเตรียมตัวและมีความขยันกันให้เต็มที่ๆ สุดและทำคอนเสิร์ตครั้งแรกของตนเองให้ออกมาให้ได้ดีที่สุด เด็กแต่ละคนก็เหมือนกับแค่นักร้องฝึกหัดเท่านั้น ดังนั้นบ้านเอเอฟก็เหมือนกับเป็นโรงเรียนที่จะฝึกสอนของเด็กเท่านั้น คือการที่เราเลือกเด็กแต่ละคนมานั้นเราไม่ได้เลือกว่าจะเอาคนที่เป็นนักร้องอาชีพหรือนักร้องผ่านเวทีมาหลายครั้งแล้วเราก็ไม่เอานะ"

กระแสรายการถือว่าดี เพราะทั้ง 20 เริ่มจะมีแฟนคลับแล้ว ทว่ารองประธานเจ้าหน้าที่สายรายการฯ กลับออกอาการแสดงความเป็นห่วงแทน..."ตอนนี้ผมรู้สึกว่าเด็กมีแฟนคลับเร็วมากเลยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา แต่จริงๆ แล้วเราไม่อยากที่จะให้ได้เร็วขนาดนี้ เพราะเด็กบางคนจะมีความคิดเปลี่ยนไปเลยเมื่อมีแฟนคลับจำนวนมาก ดังนั้นตรงนี้เราก็ต้องควบคุมเด็กของเราให้ได้ด้วย คือจริงๆ แล้วการที่เราเลือกเด็กเข้ามาในบ้านนั้นเราไม่ได้ต้องการที่จะเลือกมาเพื่อให้ได้กลุ่มแฟนคลับเยอะอะไรเลย"

"เราเลือกเขาเหล่านั้นเข้ามาเพราะเราเห็นว่าเขาเป็นกลุ่มเด็กที่มีประสิทธิภาพ เราก็เลยอยากเอาเขาเหล่านี้มาเป็นนักเรียนในบ้านของเรา แต่ถ้าใครเรียนไม่เก่งก็คงจะต้องตกไปเอง ส่วนเรื่องของการล็อกเด็กนั้นผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่มีแน่นอน เพราะเราไม่สามารถทำได้ด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าจขะเอาใครออกหรือใครอยู่แล้วจะดัง เพราะรายการเรียลิตี้นี้เราจะไม่สามารถคาดเดาอะไรได้"

ปฏิเสธกรณีการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ต่างไปจากปีก่อนๆ ว่าไม่ใช่เรื่องของการตลาด หากแต่เป็นเพราะต้องการความแปลกใหม่ พร้อมแสดงความมั่นใจน่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดี
"ต้องบอกก่อนว่าการทำรายการเรียลิตี้แบบนี้ เราก็ต้องทำรายการเพื่อที่จะให้คนเข้ามาเป็นสามาชิกอยู่แล้วนะ ทุกอย่างมันก็จะต้องมีความตื่นเต้นอย่างนี้อยู่แล้วล่ะ มันถือเป็นเรื่องธรรมดานะ ที่เราจะคิดกลเม็ดใหม่ๆ เพื่อมาดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาดูของเรา ในฐานะของคนคิดเราก็ต้องคิดไปเพื่อให้คนดูเห็นความแปลกใหม่ของเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่จะให้มาทำแบบเดิมตลอดทุกปี"

"แต่เราก็ยังมั่นใจนะว่าการที่เราเปลี่ยนรูปแบบรายการมาเป็นแบบนี้นั้นมันจะทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ถ้าถามเราว่าของเราเป็นอันดับหนึ่งของการรายการเรียลิตี้หรือเปล่านั้นเราคงตอบไม่ได้นะ เพราะเราก็ไม่อยากจะเอารายการเราไปเปรียบเทียบกับใคร คือเราคิดว่าแต่ละรายการก็จะมีวิธีการทำที่แตกต่างกันไป ซึ่งอย่างไรมันก็ไม่มีความเหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นเราก็เลยไม่สามารถเปรียบเทียบกับใครได้"

http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000070543

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home